7 ดารา ที่เคยเป็น “มะเร็ง” แต่หายขาดแล้ว หายเพราะอะไร? (รายละเอียด)

วันนี้ อาม่า ซีเคร็ท จะพาไปดู 7 ดาราที่เคยประสบกับโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วมากมายอย่าง “มะเร็ง” แต่ด้วยความที่ดาราเหล่านี้นั้นมีทั้งกำลังใจที่ดี และเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง พวกเธอจึงรอดพ้นช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ ว่าด้วยโรคมะเร็ง โรคร้ายอันดับ 1 ที่ใครๆ ต่างก็ไม่อยากที่จะประสบพบเจอกับมัน เป็นโรคที่คร่าชีวิตไปแล้วมากมายหลายชีวิต แต่โรคนี้หากได้รับการรักษาที่ดี และกำลังใจที่สู้ดั่งไฟร้อนรนของผู้ป่วยแล้วล่ะก็ ก็มีเปอร์เซ็นต์หายได้เหมือนกัน เหมือนอย่าง 7 ดารานี้ที่ครั้งหนึ่งได้เคยเป็นโรคร้ายโรคนี้ แต่ในวันนี้พวกเธอกลับยังมีชีวิตอยู่ได้ เพราะด้วยแรงกายและแรงใจ ที่พยายามดิ้นรนเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปของพวกเธอนั้น มีมากสุดๆ เลยยังไงล่ะ ว่าแต่จะมีใครบ้าง ไปดูกันเลย

7. หนุ่ย นันทกานต์

ความเป็นที่รู้จักของนักร้องสาว หนุ่ย-นันทกานต์ ฤทธิวงศ์ ไม่ใช่แค่เพียงคุณภาพเสียงเท่านั้น ยังมีความสามารถในการแต่งเพลง หรือเพลงประกอบละครดังอีกด้วย หากแต่ย้อนกลับไปเมื่อ 14 ปีก่อน ข่าวที่ทำให้ทุกคนช็อคไปพร้อมๆ กับเธอคือ “อาการป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 2” จากที่เคยคิดว่ามะเร็งเป็นเรื่องไกลตัว มะเร็งคงไม่ใจร้ายเลือกเธอเป็นที่พักอาศัย แม้วันนี้เธอจะหายจากมะเร็งร้ายอย่างสิ้นเชิง แต่ระหว่างการรักษามะเร็งด้วยการให้คีโม 6 ครั้ง และฉายแสงอีก 20 ครั้ง กลับทำให้เธอรู้ซึ้งและนึกขอบคุณ “มะเร็ง” อยู่ในใจ เพราะ “มะเร็ง” ทำให้เธอรู้จัก “ความมหัศจรรย์ของชีวิต” แบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน จากที่พอรู้ว่าเป็นมะเร็งนั้น เป็นใครๆ ก็ต้องช็อค เสียใจ ร้องไห้ กันทั้งนั้น แต่เธอนั้นเสียใจอยู่แค่วันเดียวเท่านั้น แล้วตั้งหลักพร้อมที่จะไปต่อทันที เรียกได้ว่าแรงกายแรงใจมาเต็มสำหรับเธอคนนี้ ดิ้นรนทุกวิถีทางจนสุดท้ายก็หายขาดจากมะเร็งจนได้ เจ๋งสุดๆ ไปเลย ระหว่างที่ทำการรักษามาตลอดนั้น เป็นอะไรที่ทรมานมากๆ กว่าจะผ่านช่วงนั้นมาได้หนักหน่วงมากเลยทีเดียว

6. แจง วราพรรณ

การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ประโยคนี้ได้ใช้ได้ดีกับนักแสดงมากความสามารถ “แจง วราพรรณ หงุ่ยตระกูล” ที่รู้ซึ้งหลังจากสู้กับโรคมะเร็งร้ายมากว่า 5 ปี ถึงขึ้นต้องตัดเต้านมทิ้งกันเลยทีเดียว  “คือไม่ทราบมาก่อนเลย เพราะว่าเราเป็นคนใช้ชีวิตเรื่อยๆ คิดว่าตัวเองแข็งแรง 5 ปีที่แล้วก็ตรวจสุขภาพทั่วไปขั้นต้นก็ไม่เจอ จนเรามีอาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย คลำตรงเต้านมแล้วก็เป็นก้อน ก็คิดไปเองว่าคงเดินชนอะไรจนช้ำ ตอนแรกก็จะรอให้หายเอง เราใช้ชีวิตค่อนข้างประมาทเหมือนกัน เรารู้ว่ามีก้อนเนื้อ แต่ไม่ได้คิดว่ามันจะคอขาดบาดตาย จนต้นปี 52 เจ็บมากก็เลยไปตรวจอย่างจริงๆ จังๆ พบว่าเป็นเนื้อร้าย หมอนั่งกุมขมับ เราก็เริ่มสงสัย ก็ถามหมอไปว่าผลออกมาไม่ดีใช่มั้ยคะ หมอก็ตอบแค่ค่ะๆ” “เราเองไม่ได้คิดอะไร ขอแค่ว่าฟันธงมาเถอะ เพราะเราก็ไม่ชอบอยู่กับความอึมครึม จริง ๆ บรรยากาศก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเราไม่สบาย เป็นโรคร้ายแน่ๆ แรกสุดที่รู้คำตอบคือเราดีใจแล้ว สองคิดว่างานเข้าวะต้นปีเลย ไม่เป็นไร ก็คุยกับคุณหมอ ซึ่งคุณหมอน่ารักมาก รีบให้กำลังใจเลยว่ารักษาหาย ตอนนั้นเราเป็นมะเร็งขั้นที่ 2 เช็กจากขนาดของเนื้อร้าย” “คือเราพอรู้มาบ้างแล้ว แต่จริงๆ คนที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม บางครั้งก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บเต้านม อาจจะเป็นแค่ก้อนเนื้อ แต่ก็สามารถเป็นมะเร็งได้ ถ้าเมื่อไหร่ที่เจอก้อนเนื้อก็ควรไปตรวจ อาจจะแก้ไขอะไรได้เร็วขึ้น ซึ่งผู้ชายก็สามารถเป็นได้” “ขนาดที่รู้ว่าเป็นนี่ ไม่ใช่ว่าเราจะตายตรงนั้น แค่รู้สึกว่างานเข้าว่ะ คน 10 คนเป็นได้ 1 คน หรือ 2 คน เราก็เป็นหนึ่งในนั้น เราก็เป็นไปได้ ใครก็ได้ พอเป็นก็ไม่ได้กลัวตายขนาดนั้น แต่คิดว่าเวลาของเราเหลือน้อยแล้ว คำว่ามะเร็งที่เรารู้กัน คือ เป็นแล้วต้องตาย หรือว่าหายได้ มันคาบเส้นคาบดอกมาก ตอนนั้นคิดว่าเวลาเราเหลือน้อยแล้ว เวลาเป็นสิ่งสำคัญ เราเห็นคุณค่าของเวลาที่เหลือ” จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นอะไรที่น่าดีใจมากๆ ที่ผ่านช่วงนั้นมาได้ เจ๋งจริงๆ ดาราแรงบัลดาลใจ  

5. นุ่น ดารัณ

ไม่เจอกับตัวไม่รู้เลย ดาราสาว นุ่น-ดารัณ หรือ รุ้งทอง ร่วมทอง ซึ่งปกติเป็นคนสุขภาพแข็งแรง เป็นนักกีฬา แต่แล้วเจ้าตัวก็ได้ออกมาเผยเรื่องราวโรคภัยที่เกิดกับตัวเอง หลังคลำเจอก้อนเนื้อที่หน้าอกแล้วตกใจ เลยไปตรวจกับแพทย์ ในเดือน ก.พ. แล้วก็เป็นจริงๆ เป็นมะเร็งเต้านม เจ้าตัวยังเผยนาทีที่รับรู้ว่าตัวเอง เป็นมะเร็งว่า ตกใจมาก แต่ก็พยายามเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เราก็พยายามบอกลูกว่า แม่ก็ไม่ได้อยู่กับลูกไปตลอด ลูกๆ ก็ช่วยเหลือทุกอย่างที่ทำได้ดีขึ้น ถือว่า น้องไม้ น้องมุก ลูกชาย และ ลูกสาว กลายเป็นกำลังใจที่สำคัญมากๆ จนได้ผ่าตัดมะเร็งไปเมื่อ เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา แถมนุ่น ดารัณ ยังฝากให้กำลังใจคนที่ป่วยด้วยว่า ขอให้เข้มแข็ง คิดบวก จะชนะโรคได้ทุกอย่าง ผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้เพราะมีลูกๆ เป็นกำลังใจหลัก แถมยังได้กำลังใจจากคนรอบข้างอีกด้วย แรงใจมาเต็มแบบนี้ก็ทุ่มแรงกายรักษาจนหายในที่สุด  

4. แหวนแหวน ปวริศา

แหวนแหวน ปวริศา เคยป่วยเป็นมะเร็งเต้านม โรคร้ายที่ไม่มีใครอยากจะพานพบ  แต่เธอกลับเธอกลับต้องทำความรู้จักกับเจ้ามฤตยูร้ายนี้โดยไม่ได้ตั้งตัว “ตอนที่ตรวจเจอเนื้อร้าย อายุ 20 ต้นๆเอง ตอนนั้นตกใจมาก และแปลกใจด้วยว่าเราเป็นมะเร็งเต้านมได้อย่างไร พอมานั่งทบทวนดู ก็เจอ หลายสาเหตุค่ะ ซึ่งมาจากการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันของเราทั้งสิ้น” “ช่วงก่อนที่จะรู้ว่าเป็นมะเร็งเต้านม ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าไรค่ะ อาหารที่รับประทาน ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีคุณค่าทางอาหาร โดยเฉพาะอาหารปิ้ง ย่าง และอาหารที่จัดว่าเป็นอาหารขยะ (Junk Food) จะรับประทานบ่อยมาก เพราะเห็นว่าหาซื้อง่าย สะดวก แถมอร่อยด้วย นอกจากนั้น ยังไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย โดยมักใช้ข้ออ้างว่า ทำงานมาเหนื่อยแล้ว พักผ่อนดีกว่า ในขณะเดียวกัน แหวนคิดว่าเราไม่ได้เป็นคนเที่ยว ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ น่าจะตัดปัจจัยเสี่ยงการเป็นโรคร้ายไปได้ และที่สำคัญคิดตลอดว่าตัวเองอายุยังน้อย คงไม่เป็นไร” “ในวิกฤติ มีโอกาสซ่อนอยู่  แหวนโชคดีมากเลยค่ะ ที่ตรวจพบเนื้อร้ายตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก จึงรักษาได้ไม่ยาก หลังผ่าเอาเนื้อร้ายขนาด 6ซม. ออก แหวนก็ตั้งใจว่าจะดูแลตัวเองมากขึ้น เริ่มด้วยเรื่องอาหาร อาหาร Junk Food ก็เลิกรับประทานไปเลย หันมารับประทานผัก ผลไม้มากๆ อาหารปิ้งๆ ย่างๆที่เคยชอบ ก็หลีกเลี่ยงค่ะ มารับประทานสลัดแทน” ยังดีที่ตรวจเจอพบก่อนที่จะร้ายแรงมากไปกว่านี้ ไม่อย่างนั้นคงแย่แน่ๆ คดีจริงๆ หลังจากนั้นเธอก็ประสบความสำเร็จมากมาย ใช้ชีวิตที่มีได้อย่างคุ้มค่าจริงๆ

3. พิม พิมพ์มาดา 

ทำให้นักแสดงสาวพิมพ์-พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ต้องพบกับฝันร้ายที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ โดยเธอนั้นเป็นมะเร็งรังไข่ และได้ทำการคีโมถึง 6 ครั้งจนผมร่วงหมดเกลี้ยง ถึงกับต้องใส่วิกทำงานกันเลยทีเดียว ในตอนนั้นเธอกรี๊ดและร้องไห้หนักมาก เพราะว่ารับสภาพตัวเองไม่ได้ แถมยังต้องตื่นมาเป็นแบบนี้อีกครึ่งปี เป็นอะไรที่แย่สุดๆ และหลังจากนั้นเธอก็ได้กำลังใจจากคนรอบข้างมากมาย แถมยังก้าวเท้าเข้าสู่เส้นทางสายธรรมะ ทำให้เธอตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้กับโรคมะเร็งอีกครั้ง หลังจากที่ทำการรักษาได้สักพัก เธอก็ได้รับข่าวดีที่สุดในชีวิตนี้จากแพทย์ผู้ดูแลว่า ผลตรวจเลือดของตนเองล่าสุดไม่มีเชื้อมะเร็งหลงเหลืออยู่แล้ว!! “ดีใจมากค่ะ แต่ในทางการแพทย์โรคภัยไข้เจ็บเดี๋ยวเขาก็มาเดี๋ยวเขาก็ไป ก็ยังมาได้อีก พิมพ์รักษาครบทุกขั้นตอนทุกอย่างที่ควรจะทำผลเลือดในวันนี้ที่ออกมาคุณหมอก็แสดงความยินดีว่าหายเป็นปกติแล้ว ความรู้สึกแรกที่รู้คือดีใจมาก มันบอกเป็นคำพูดไม่ถูก ยิ้มมาตั้งแต่นิ้วเท้าจนขึ้นมาถึงปาก วันนั้นก็ลุ้นมาก ทุกครั้งที่ไปตรวจเลือดจะลุ้นอยู่แล้ว จะลุ้นว่าต้องโดนฉีกยาไหมถ้าเลือดไม่ดีวันนั้นคุณหมอก็บอกว่าพิมพ์หายเป็นปกติแล้ว วันนั้นก็อยู่กับคุณแม่ด้วย พิมพ์ก็เชื่อว่าแม่ก็ยิ้มมาจากนิ้วเท้าเหมือนกัน จะบอกไงดีอ่ะ มันตื่นเต้น มันดีใจเลือดมันสูบฉีดขึ้นมาจนหน้าแดงไปหมดแต่ไม่ร้องไห้นะคะ” สุดท้ายก็ผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ สุดยอดจริงๆ

2. เอมี่ กลิ่นประทุม

เห็นหน้าเห็นตาผ่านทางหน้าจอตลอด ไม่น่าเชื่อว่า เอมี่ กลิ่นประทุม จะป่วยเป็นโรค HPV หรือเชื้อไวรัส Human Papillomavirus นานกว่า 7 ปี เหตุเกิดเมื่อตอนที่เธออายุ 24 ได้ตรวจพบเซลล์ผิดปกติที่สามารถเจริญไปเป็นมะเร็งปากมดลูก แถมยังมีเชื้อ HPV ซึ่งเป็นไวรัสที่เป็นตัวเร่งให้เซลล์ที่ผิดปกติเจริญพันธ์เป็นมะเร็งเร็วยิ่งขึ้นซึ่งเมื่อปี 2556 สาวเอมี่ก็ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเพื่อนำเซลล์ที่ผิดปกติในร่างกายออก ซึ่งการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี  ปัจจุบันเธอเป็นสาวสวยที่แข็งแรง ส่วนเรื่องการมีทายาทนั้นคุณหมอบอกว่ายังมีได้เหมือนเดิม ผ่านเรื่องร้ายๆ มาได้อย่่างปลอดภัย และกลับมาสวย แซ่บ แบบเดิมได้อีกครั้งหนึ่ง สตรองจริงๆ เธอคนนี้    

1. บุ๋ม ปนัดดา

เคยช็อคเสียอกเสียใจตอนหมอบอกข่าวร้ายให้ทราบว่า พบเชื้อที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งปากมดลูก ตอนท้องลูกคนแรก “น้องอันดามัน” ได้เพียง 3 เดือน เพราะพิธีกรคนเก่ง บุ๋ม-ปนัดดา กะว่าจะเบ่งท้องคลอด หอบกะเตงๆ ลูกสัก 5 หน่อ แต่เมื่อโรคร้ายมาดับฝันให้สลาย เธอก็เลยปลง ขอตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงลูกหน่อเดียว “น้องอันดามัน” ให้ดีต่อไป ได้ไปที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ตามที่หมอนัดหมายให้มาตรวจมะเร็งปากมดลูก และตรวจเช็คร่างกายหลังคลอดลูกควบไปในตัวด้วย เธอก็ยิ้มแก้มปริไม่มีหุบ มีสีหน้าโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อคุณหมอได้สะกิดเนื้อเยื่อไปตรวจเชื้อ HPV ที่เป็นเชื้อทำให้เกิดโรคมะเร็งว่า จะพัฒนาเป็นมะเร็งหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามเท่าที่ดูขั้นต้น ผลร้ายแรงสุดก็แค่ตัดเนื้อบริเวณนั้นทิ้ง ไม่ถึงกับต้องตัดมดลูกหมดทั้งยวง เกือบที่จะต้องผ่าตัดมดลูกออก แต่ยังดีที่รู้ตัวก่อน ทำให้ยังไม่ทันกลายเป็นมะเร็งขั้นรุนแรง แล้วก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ และอยู่ดูแลลูกดูแลครอบครัวสืบต่อไป หากรู้ตัวช้ากว่านี้ก็คงจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ นับว่าโชคดีมากๆ เลยล่ะ นอกจากนี้เธอยังออกมารณรงค์เกี่ยวกับการตรวจมะเร็งมดลูกให้กับผู้หญิงทุกคนอีกด้วย โดยสามารถทำได้ง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน บอกต่อสิ่งดีๆ นับว่าน้ำใจงามสุดๆ สำหรับเธอคนนี้ เป็นยังไงกันบ้าง สำหรับ 7 ดาราที่เคยประสบพบเจอกับโรคร้ายอย่าง “มะเร็ง” มาก่อน การที่จะหายได้นั้นต้องผ่านการรักษาอย่างดีและต่อเนื่อง แต่ที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือกำลังใจยังไงล่ะ เรียบเรียงโดย : TeeNoi